เวลาเปลี่ยน คน(ทำงาน)ก็เปลี่ยน
- heartmadeall
- Jul 30, 2023
- 1 min read
For Better or Worse
เวลาเปลี่ยน คน(ทำงาน)ก็เปลี่ยน
“ที่เลวร้ายที่สุดในบรรดาจดหมายสมัครงานแบบออนไลน์ที่ได้รับมาก็คือการเขียนว่าขอให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เท่านั้นพร้อมกับพร่ำพรรณนาต่อว่าผู้ที่เคยเรียกสัมภาษณ์แล้วไม่รับเข้าทำงานว่าหากไม่รับก็ไม่ควรให้เขาเสียเวลาเดินทางมาสัมภาษณ์”
เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้วก่อนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย จำได้ว่าฝ่ายแนะแนวของมหาวิทยาลัยและของภาควิชาได้จัดอบรมแก่นักศึกษาชั้นปีที่สี่เรื่องการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การเขียนจดหมายสมัครงาน การแต่งตัว และการแต่งหน้าที่เหมาะสม รวมไปถึงแนวทางการตอบคำถามในการสัมภาษณ์งานและการปฏิบัติตัวในที่ทำงาน แต่ในยุคสมัยนี้ ดูเหมือนรายละเอียดต่าง ๆ ในเรื่องดังกล่าวได้เปลี่ยนไปมาก มากเสียจนกระทั่งดิฉันเริ่มรู้สึกว่าคงเป็นเพราะตนเองสูงวัยไปแล้วหรือเปล่าจึงมีความรู้สึกเช่นนั้น
เริ่มตั้งแต่การเขียนจดหมายสมัครงาน ดิฉันถูกสอนให้เขียนด้วยภาษาและตัวสะกดที่ถูกต้องไม่มีที่ผิดโดยบางบริษัทอาจระบุให้ผู้สมัครงานเขียนจดหมายสมัครงานด้วยลายมือของตนเองด้วยซ้ำไป เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่าผู้สมัครเป็นคนทำงานมีระเบียบเรียบร้อยเพียงใด จากนั้นเมื่อได้รับการติดต่อให้ไปสัมภาษณ์วันเวลาใดก็ต้องพยายามไปตามที่ระบุเนื่องจากการขอเลื่อนเวลาไปตามความสะดวกของตนอาจถูกมองได้ว่าไม่เต็มใจไปทำงาน เพราะเพียงแค่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ก็ตั้งเงื่อนไขเสียแล้ว เสื้อผ้า-หน้าผมในวันสัมภาษณ์ก็ต้องเรียบร้อยโดยต้องสวมชุดสูทกระโปรง หากผมยาวก็ต้องรวบผูกให้เรียบร้อย และสวมรองเท้าหุ้มส้นที่ปิดมิดชิด (คัตชู) การพูดคุยระหว่างการสัมภาษณ์ก็ห้ามตำหนินายจ้างเก่าเด็ดขาด หากโชคดีได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำงานแล้วก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัท เช่น เวลาในการเข้างาน เลิกงาน และพักกลางวัน การแต่งกายมาทำงาน และการแจ้งล่วงหน้าเมื่อต้องการลาหยุดหรือแม้กระทั่งการลาออก ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ไม่เห็นจะเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงตลอดชีวิตการทำงานของดิฉันแต่อย่างใด
แต่ปัจจุบันนี้ไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว ในขณะที่นายจ้างหันมาใช้วิธีประกาศรับสมัครงานทางเว็บไซต์ตามกระแสสังคมออนไลน์ที่ต้องการความรวดเร็วทันใจ หนุ่มสาวสมัยใหม่ก็ใช้วิธีสมัครงานผ่านเว็บไซต์กันเป็นส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นดิฉันจึงได้รับจดหมายสมัครงานผ่านเว็บไซต์และอีเมลวันละหลายฉบับ เป็นที่สังเกตได้และน่าเสียใจว่าเกินกว่าร้อยละเก้าสิบของจดหมายสมัครงานเหล่านั้นไม่ได้ถูกเขียนด้วยความวิจิตรบรรจงของการใช้ภาษาเลย ยิ่งกว่านั้นผู้สมัครบางคนยังใช้วิธีการเชิญให้ดูข้อมูลส่วนตัว (Add as friend) และชมผลงานของเขาในเฟซบุ๊กอีกด้วย (ซึ่งดิฉันไม่เคยตอบรับการสมัครงานในลักษณะนี้เลย) นอกจากการสะกดผิดแทบจะทุกบรรทัดและการเขียนชื่อ-ที่อยู่ของนายจ้างในอดีตไม่ถูกต้อง รวมถึงการใช้รูปถ่ายเล่น ๆ (หรือรูปแอ๊บแบ๊ว) ติดในเอกสารสมัครงานแล้ว การไม่ตรงต่อเวลาที่นัดหมายหรือแม้กระทั่งการเบี้ยวนัดกันดื้อ ๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ที่เลวร้ายที่สุดในบรรดาจดหมายสมัครงานแบบออนไลน์ที่ดิฉันได้รับมาก็คือการเขียนในหมายเหตุว่าขอให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เท่านั้นพร้อมกับข้อความพร่ำพรรณนาต่อว่าผู้ที่เคยเรียกสัมภาษณ์เขาแล้วไม่รับเข้าทำงานว่าหากไม่รับก็ไม่ควรให้เขาเสียเวลาเดินทางมาสัมภาษณ์ โอ้แม่เจ้า!ดิฉันถึงกับอึ้งเพราะรู้สึกเหมือนโดนด่ากราด ดีนะที่ดิฉันไม่เคยเรียกเขามาสัมภาษณ์ นี่ขนาดเพิ่งถึงขั้นตอนการส่งจดหมายสมัครงานยังเป็นเสียขนาดนี้ หากรับท่านเจ้าประคุณเข้ามาทำงาน กรรมการผู้จัดการของบริษัทเรื่อยลงไปจนถึงหัวหน้างานของเขาคงจะต้องยืนเรียงแถวยกมือไหว้เขาทั้งเช้าและเย็นเพื่อแสดงความสำนึกในบุญคุณที่เขาอุตส่าห์ลดตัวลงมาทำงานให้ ส่วนการพูดถึง (ต่อว่า) นายจ้างเก่าก็ได้ยินได้ฟังอยู่เนือง ๆ เหมือนได้ฟังนวนิยายไตรภาคเลยทีเดียว มาถึงเรื่องเครื่องแต่งกาย สาว ๆ บางคนมาสัมภาษณ์งานด้วย “ชุดไปเที่ยว” อันประกอบไปด้วยกางเกงขาเดฟ เสื้อนอกสูทเทียมตัวสั้นเต่อและรัดรูป ทรงผมหยิกหย็องสยายฟูฟ่อง รองเท้าคีบเปลือยบ้าน ส้มเข็มแหลมเปี๊ยบบ้าง หรือไม่ก็ส้นตึกหนาเตอะตามสมัยนิยม พร้อมการแต่งหน้าฉูดฉาดเกินพอดีด้วยขนตาปลอมเป็นแผงตามแฟชั่นเกาหลี ส่วนสุภาพบุรุษมาในชุดกางเกงยีนส์หรือเสื้อยืดโปโลมากขึ้นเรื่อย ๆ จนดิฉันเริ่มสงสัยว่าเขาเลิกผลิตกางเกงสแล็กและเสื้อเชิ้ตกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อรับเข้ามาร่วมงานกันแล้วพบว่าเป็นเรื่องเหนื่อยใจมาก ๆ (และน่าเบื่อในบางครั้ง) ของฝ่ายบุคคลที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับระเบียบวินัยต่าง ๆ ในที่ทำงาน
ดิฉันเข้าใจดีว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป แฟชั่น ค่านิยม และบรรทัดฐานต่าง ๆ ในเรื่องส่วนตัวที่ควรกระทำในเวลาและสถานที่ส่วนตัวก็ย่อมเปลี่ยนไปเป็นธรรมดาและไม่ได้ต่อต้านการแต่งตัวด้วยเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น สวมรองเท้าแตะไปเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าหรือเข้าไปทำธุรกรรมในธนาคาร แต่กับเรื่องความเหมาะสม ความถูกต้อง และการถูกกาลเทศะในที่ทำงานแล้ว ดิฉันไม่คิดว่าควรจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลงและไม่คิดว่าบรรทัดฐานเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับการทำงานจะล้าสมัย ทั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็น Gen-X ที่หัวโบราณ Gen-Y ที่ทันสมัย หรือ Gen-Z ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่มันเกี่ยวกับความเป็น “Professional” โดยตรงต่างหาก
==================
ตีพิมพ์ในนิตยสาร ELLE ฉบับธันวาคม 2553



Comments